Concrete–Pictorial–Abstract คืออะไร? 3 ขั้นตอนสำคัญของ Singapore Math ที่ช่วยให้เด็กเข้าใจคณิตศาสตร์อย่างลึกซึ้ง

19 Aug 2026
Concrete–Pictorial–Abstract คืออะไร? 3 ขั้นตอนสำคัญของ Singapore Math ที่ช่วยให้เด็กเข้าใจคณิตศาสตร์อย่างลึกซึ้ง

ทำไมเด็กบางคนจำสูตรได้ แต่เมื่อเจอโจทย์ใหม่กลับทำไม่ได้?

เด็กจำนวนไม่น้อยสามารถจำได้ว่า

2 × 5 = 10

24 ÷ 6 = 4

หรือสามารถทำแบบฝึกหัดตามตัวอย่างได้อย่างถูกต้อง

แต่เมื่อเปลี่ยนคำถามเป็นสถานการณ์ใหม่ เด็กอาจเริ่มไม่แน่ใจว่า

“ต้องใช้สูตรอะไร?”

ปัญหาในกรณีนี้อาจไม่ได้อยู่ที่เด็กจำคณิตศาสตร์ไม่ได้

แต่อาจเกิดจากเด็กยังไม่ได้สร้างความเข้าใจว่า ตัวเลขและสัญลักษณ์เหล่านั้นหมายถึงอะไร

นี่คือเหตุผลที่แนวคิด Concrete–Pictorial–Abstract หรือ CPA มีความสำคัญ

เพราะก่อนที่จะให้เด็กจดจำสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ เราต้องช่วยให้เด็กเข้าใจ ความหมายที่อยู่เบื้องหลังสัญลักษณ์นั้นก่อน

ทำไมเด็กบางคนจำสูตรได้ แต่เมื่อเจอโจทย์ใหม่กลับทำไม่ได้?

เด็กจำนวนไม่น้อยสามารถจำได้ว่า

2 × 5 = 10

24 ÷ 6 = 4

หรือสามารถทำแบบฝึกหัดตามตัวอย่างได้อย่างถูกต้อง

แต่เมื่อเปลี่ยนคำถามเป็นสถานการณ์ใหม่ เด็กอาจเริ่มไม่แน่ใจว่า

“ต้องใช้สูตรอะไร?”

ปัญหาในกรณีนี้อาจไม่ได้อยู่ที่เด็กจำคณิตศาสตร์ไม่ได้

แต่อาจเกิดจากเด็กยังไม่ได้สร้างความเข้าใจว่า ตัวเลขและสัญลักษณ์เหล่านั้นหมายถึงอะไร

นี่คือเหตุผลที่แนวคิด Concrete–Pictorial–Abstract หรือ CPA มีความสำคัญ

เพราะก่อนที่จะให้เด็กจดจำสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ เราต้องช่วยให้เด็กเข้าใจ ความหมายที่อยู่เบื้องหลังสัญลักษณ์นั้นก่อน

Concrete–Pictorial–Abstract หรือ CPA คืออะไร?

CPA เป็นแนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้คณิตศาสตร์จาก

Concrete → Pictorial → Abstract

หรือ

สิ่งที่จับต้องได้ → ภาพ → สัญลักษณ์

เด็กจึงไม่ได้กระโดดจากสถานการณ์จริงไปสู่สูตรทันที

แต่ค่อย ๆ สร้างความเข้าใจทีละขั้น

Concrete

เด็กใช้สิ่งของหรือสื่อที่สามารถจับต้องและจัดกลุ่มได้

Pictorial

เด็กเปลี่ยนสิ่งที่เห็นให้เป็นภาพ แผนภาพ หรือแบบจำลอง

Abstract

เด็กจึงเชื่อมโยงไปสู่ตัวเลข เครื่องหมาย และสมการ

แนวคิดนี้สอดคล้องกับการเรียนรู้ที่ให้ความสำคัญกับความเข้าใจเชิงแนวคิด ไม่ใช่เพียงการจดจำขั้นตอน

ขั้นที่ 1: Concrete — ให้เด็ก “จับต้อง” คณิตศาสตร์

ลองสอนเด็กเรื่อง

3 + 2

แทนที่จะเริ่มจากการเขียน

3 + 2 = ?

ทันที

อาจเริ่มด้วยการนำบล็อก 3 ชิ้นมาวาง

แล้วนำมาเพิ่มอีก 2 ชิ้น

เด็กสามารถนับด้วยตัวเองว่า

1, 2, 3 → เพิ่มอีก 2 → 4, 5

เด็กจึงไม่ได้เพียงจำว่า

3 + 2 = 5

แต่กำลังเข้าใจว่า

การบวกคือการนำจำนวนมารวมกัน

นี่คือความแตกต่างระหว่าง จำคำตอบ กับ เข้าใจแนวคิด ขั้นที่ 2: Pictorial — เปลี่ยนสิ่งที่จับต้องได้ให้เป็นภาพ

เมื่อเด็กเข้าใจจากสิ่งของจริงแล้ว จึงสามารถเปลี่ยนเป็นภาพ

เช่น

● ● ● + ● ●

เด็กจะเห็นว่ามี

3 + 2

และสามารถนับทั้งหมดได้เป็น

5

ต่อมา ภาพอาจพัฒนาไปเป็น

จุด เส้นจำนวน แผนภาพ ตาราง Bar Model

เด็กจึงเริ่มเรียนรู้ว่า แม้เราไม่ต้องใช้ของจริง เราก็ยังสามารถ สร้างภาพแทนความคิดทางคณิตศาสตร์ได้

ขั้นที่ 3: Abstract — เชื่อมเข้าสู่ตัวเลขและสัญลักษณ์

เมื่อเด็กเข้าใจแนวคิดแล้ว จึงเข้าสู่รูปแบบนามธรรม

3 + 2 = 5

ตรงนี้ตัวเลขและเครื่องหมายไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ต้องท่องจำ

แต่มีความหมายจากสิ่งที่เด็กเพิ่งเรียนรู้มาแล้ว

เด็กจึงสามารถเชื่อมโยงว่า

ของจริง → ภาพ → ตัวเลข

และเข้าใจว่า

ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายหนึ่งตัว

แต่หมายถึง การรวมจำนวนเข้าด้วยกัน

ทำไม CPA จึงสำคัญกับเด็ก?

เพราะเด็กแต่ละช่วงวัยมีความสามารถในการคิดเชิงนามธรรมแตกต่างกัน

สำหรับเด็กเล็ก ตัวเลขอย่าง

18, 24, 36

อาจเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่ไม่มีภาพในใจชัดเจน

แต่เมื่อเด็กได้สร้างแบบจำลองก่อน ตัวเลขเหล่านั้นจะเริ่มมีความหมาย

ตัวอย่างเช่น

24

อาจถูกมองว่าเป็น

20 + 4

หรือเป็นกลุ่มจำนวนที่สามารถจัดโครงสร้างได้หลายรูปแบบ

เด็กจึงไม่ได้มองตัวเลขเป็นเพียง “ตัวเลขหนึ่งตัว”

แต่เริ่มเห็น โครงสร้างของจำนวน

CPA กับ Bar Model เชื่อมโยงกันอย่างไร?

Bar Model เป็นตัวอย่างที่ดีของขั้น Pictorial

เด็กสามารถใช้แท่งสี่เหลี่ยมแทนจำนวน เพื่อแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูลในโจทย์

เช่น

มีจำนวนทั้งหมด 20

แบ่งเป็นส่วนหนึ่ง 12

อีกส่วนหนึ่งจึงสามารถมองเห็นได้ว่า

20 → 12 + ?

เด็กสามารถเห็นความสัมพันธ์ก่อนที่จะเขียนสมการ

นี่คือจุดสำคัญ

Bar Model ไม่ได้มาแทนการคำนวณ

แต่ช่วยให้เด็ก เข้าใจว่าจะคำนวณอะไร

CPA ช่วยแก้ปัญหา “เด็กจำสูตรได้ แต่ไม่รู้ว่าจะใช้เมื่อไร”

ลองเปรียบเทียบเด็กสองคน

เด็ก A จำสูตรได้หลายสูตร

แต่เมื่อเจอโจทย์ใหม่จะถามว่า

“ข้อนี้ต้องใช้สูตรไหน?”

เด็ก B อาจจำสูตรได้น้อยกว่าในช่วงแรก แต่สามารถวาดภาพและอธิบายความสัมพันธ์ของโจทย์ได้

เด็ก B อาจมีโอกาสเลือกวิธีแก้ปัญหาได้อย่างมีเหตุผลมากกว่า เพราะไม่ได้เริ่มต้นจากการถามว่า

“สูตรอะไร?”

แต่เริ่มจาก

“โจทย์กำลังบอกอะไร?”

นี่เป็นทักษะสำคัญของ Problem Solving

เปรียบเทียบแนวทางการเรียนคณิตศาสตร์ไทยกับแนวคิด CPA

ประเทศไทยมีหลักสูตรคณิตศาสตร์ที่ครอบคลุมทั้งความรู้ ทักษะ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และโรงเรียนหรือครูแต่ละแห่งอาจมีรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน

ดังนั้นจึงไม่ควรสรุปว่า การเรียนคณิตศาสตร์ไทย = การท่องจำ หรือ Singapore Math = การไม่ใช้สูตร

ความแตกต่างที่น่าสนใจจึงควรมองในเรื่อง จุดเน้นของกระบวนการเรียนรู้

การเรียนที่เน้นทักษะการคำนวณอาจให้เด็กฝึกความคล่องและความแม่นยำ

ขณะที่แนวทาง CPA ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจจากประสบการณ์และแบบจำลอง ก่อนเชื่อมไปสู่สัญลักษณ์

ทั้งสองด้านสามารถทำงานร่วมกันได้

เพราะเด็กที่ดีทางคณิตศาสตร์ควรมีทั้ง

ความเข้าใจ

และ

ความคล่องในการคำนวณ

CPA ไม่ได้หมายความว่าเด็กต้องใช้ของเล่นตลอดเวลา

นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อย

เมื่อพูดถึง Concrete หลายคนอาจคิดว่า

“เด็กต้องเล่นบล็อกไปเรื่อย ๆ”

แต่เป้าหมายของ Concrete ไม่ใช่การเล่น

เป้าหมายคือการใช้สิ่งที่เด็กสามารถจับต้องหรือจัดการได้ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดทางคณิตศาสตร์

เมื่อเด็กเข้าใจแล้ว สื่อจะค่อย ๆ ลดบทบาทลง

จากนั้นเด็กสามารถพัฒนาไปสู่

ภาพ

และสุดท้าย

สัญลักษณ์

แล้วเมื่อไรเด็กควรหยุดใช้ภาพ?

ไม่มีคำตอบว่าต้องหยุดเมื่ออายุเท่าไร

เพราะภาพเป็นเครื่องมือในการคิดที่สามารถใช้ได้แม้ในคณิตศาสตร์ระดับสูง

สิ่งสำคัญคือเด็กต้องค่อย ๆ พัฒนาให้สามารถเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมด้วยตัวเอง

โจทย์ง่ายอาจไม่จำเป็นต้องวาด

โจทย์ซับซ้อนอาจต้องใช้ Bar Model

บางโจทย์เหมาะกับตาราง

บางโจทย์เหมาะกับกราฟ

บางโจทย์อาจเหมาะกับสมการ

ดังนั้นเป้าหมายของ CPA ไม่ใช่การบังคับให้เด็กใช้วิธีเดียว

แต่คือการสร้าง คลังเครื่องมือทางความคิด

CPA ช่วยพัฒนาทักษะ Problem Solving ได้อย่างไร?

เมื่อเด็กเจอโจทย์ใหม่ เด็กสามารถถามตัวเองว่า

ฉันสามารถสร้างสถานการณ์นี้ให้เห็นภาพได้หรือไม่?

ฉันสามารถวาดแบบจำลองได้หรือไม่?

ข้อมูลแต่ละส่วนสัมพันธ์กันอย่างไร?

จากแบบจำลอง ฉันสามารถเขียนเป็นสมการได้หรือไม่?

กระบวนการนี้ทำให้เด็กไม่ต้องพึ่งการเดาว่า

“โจทย์แบบนี้ต้องใช้สูตรอะไร”

แต่สามารถเริ่มจาก ความเข้าใจของสถานการณ์

แล้วค่อยสร้างวิธีแก้

CPA กับการพัฒนาทักษะ Logical Thinking

เมื่อเด็กฝึกเชื่อมโยง

สิ่งที่เห็น → ภาพ → สัญลักษณ์

เด็กกำลังฝึกการเชื่อมโยงเหตุผล

ตัวอย่างเช่น

เห็นของ 5 ชิ้น

→ วาดภาพแทน 5 ชิ้น

→ เขียนเลข 5

→ เชื่อมโยงกับการดำเนินการ

นี่เป็นการฝึกให้เด็กเข้าใจว่า สัญลักษณ์แทนความหมายบางอย่าง

และเมื่อโจทย์ซับซ้อนขึ้น เด็กสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนมากขึ้นตามไปด้วย

จาก CPA สู่ Coding และ Computational Thinking

แนวคิด CPA ไม่ได้หมายความว่าเด็กจะเรียน Coding โดยตรง

แต่การฝึกคิดอย่างเป็นขั้นตอนสามารถสร้างพื้นฐานที่มีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ในอนาคต

เด็กเรียนรู้ว่า

สถานการณ์ → วิเคราะห์ → สร้างแบบจำลอง → ตรวจสอบ → สรุป

กระบวนการคิดเช่นนี้สามารถเชื่อมโยงในระดับแนวคิดกับการคิดเชิงระบบและ Computational Thinking

จึงเป็นอีกเหตุผลที่การเรียนคณิตศาสตร์ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการคำนวณ

พ่อแม่สามารถใช้ CPA ที่บ้านได้อย่างไร?

ไม่จำเป็นต้องเป็นครูคณิตศาสตร์ก็สามารถทำได้

สมมติลูกต้องเรียนเรื่อง

8 − 3

ลองหยิบของ 8 ชิ้น

แล้วให้ลูกนำออก 3 ชิ้น

จากนั้นถามว่า

“ตอนนี้เหลือเท่าไร?”

ต่อมาให้ลูกวาดภาพ

และสุดท้ายเขียน

8 − 3 = 5

เพียงเท่านี้ก็เกิดการเรียนรู้แบบ

Concrete → Pictorial → Abstract

แล้ว

EIMATHS กับการเรียนรู้จากภาพสู่สัญลักษณ์

ที่ EIMATHS เรานำแนวคิดจาก Singapore Math มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจเป็นลำดับ

เด็กจึงได้รับโอกาสในการเรียนรู้ผ่าน

สิ่งที่จับต้องได้

→ ภาพและแบบจำลอง

→ Bar Model และ Visualization

→ ตัวเลขและสัญลักษณ์

→ การแก้โจทย์ปัญหา

→ การอธิบายเหตุผล

แนวทางนี้ช่วยให้เด็กไม่ได้เรียนเพียงว่า

“ทำอย่างไร?”

แต่ได้เรียนรู้ไปถึง

“ทำไมจึงต้องทำแบบนั้น?” เป้าหมายของ EIMATHS ไม่ใช่ให้เด็กหยุดอยู่ที่ภาพ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ภาพเป็นสะพาน ไม่ใช่ปลายทาง

เด็กอาจเริ่มจากการใช้ของจริง

จากนั้นใช้ภาพ

ต่อมาใช้ Bar Model

และในที่สุดสามารถคิดด้วยตัวเองและใช้สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ได้อย่างมั่นใจ

นี่คือพัฒนาการที่สำคัญ

จาก

จับต้องได้

สู่

มองเห็นได้

สู่

คิดได้

และสุดท้าย

อธิบายและแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง

สรุป: ก่อนที่เด็กจะ “คำนวณเป็น” เด็กควร “เข้าใจความหมาย”

Concrete–Pictorial–Abstract ไม่ใช่เพียงเทคนิคการสอนสามขั้นตอน

แต่เป็นแนวคิดที่ช่วยให้เด็กค่อย ๆ เดินทางจาก

ประสบการณ์

→ ภาพ

→ แนวคิด

→ ตัวเลข

→ สัญลักษณ์

→ การแก้ปัญหา

เมื่อเด็กเข้าใจสิ่งที่อยู่เบื้องหลังตัวเลข การเรียนคณิตศาสตร์จะไม่ได้เป็นเพียงการจำสูตรและทำตามขั้นตอน

แต่จะกลายเป็นการเรียนรู้ว่า

“ตัวเลขกำลังบอกอะไรเรา และเราจะใช้มันเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างไร?”

และนี่คือสิ่งที่ EIMATHS ต้องการสร้างให้เกิดขึ้นกับเด็กทุกคน

เห็น → เข้าใจ → คิด → แก้ปัญหา → อธิบายได้

เพราะคณิตศาสตร์ที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นจากการให้เด็กจำคำตอบ

แต่เริ่มต้นจากการช่วยให้เด็ก เข้าใจว่าคำตอบนั้นมีความหมายอย่างไร
🏆 การันตีผลงานด้วยการสร้างรางวัลอันดับโลก TIMSS และ PISA ให้กับเด็กๆ มาอย่างยาวนาน สร้างอัจฉริยะทางความคิดกับ eiMaths 🧡 🎓 เรียนรู้ด้วยการเน้นลงมือปฏิบัติ 🎓 👇 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 👇 📩 FB: eiMaths - TH | 💌 Line: @eiMaths | 🌐 Website: www.eimaths-th.com | 📞 Tel: 061 620 8666 📌 eiMaths สาขาราชพฤกษ์ ชั้น 3 ข้างโรงภาพยนตร์ SF Cinema ศูนย์การค้า The Crystal SB Ratchapruek 📌 eiMaths ณ ศูนย์การค้า Seacon Bangkae ชั้น 4 ฝั่ง HarborLand 📞 093-258-5897

#eiMaths #หลักสูตรสิงคโปร์ #SingaporeCurriculum #PentagonFramework #SingaporeMath #CPAMethod #Heuristics #TIMSS #PISA #eiMathsThailand