Active Learning ที่ eiMaths: เมื่อเด็กมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน

10 Jul 2026
Active Learning ที่ eiMaths: เมื่อเด็กมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน

Active Learning ที่ eiMaths: เมื่อเด็กมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน

"ทำไมลูกถึงจำสิ่งที่เรียนได้บางครั้งแต่ลืมเร็วมาก?"คำถามนี้มีคำตอบที่วิทยาศาสตร์ยืนยันมานานแล้วเมื่อเด็กแค่ ฟัง จะจำได้เพียง 5-10% ของสิ่งที่เรียน เมื่อเด็ก อ่าน จะจำได้ประมาณ 10-20% เมื่อเด็ก เห็นภาพและได้ยิน จะจำได้ประมาณ 20-30% แต่เมื่อเด็ก ลงมือทำและสอนคนอื่นได้ จะจำได้ถึง 70-90%นั่นคือเหตุผลว่าทำไม Active Learning ถึงไม่ใช่แค่กระแสการศึกษา แต่คือวิธีที่สมองของมนุษย์เรียนรู้ได้ดีที่สุดตามธรรมชาติและที่ eiMaths เราออกแบบทุกคาบเรียนให้เด็กอยู่ในสถานะ Active เสมอ ไม่ใช่แค่ผู้รับข้อมูล

Active Learning คืออะไร และต่างจากการสอนทั่วไปอย่างไร?การสอนแบบ Passive (แบบทั่วไป): ครูพูด เด็กฟัง ครูเขียน เด็กจด ครูอธิบาย เด็กทำตามเด็กอยู่ในสถานะ "ภาชนะ" ที่รอรับความรู้ที่ถูกเทใส่Active Learning ที่ eiMaths: เด็กคิด เด็กลอง เด็กอภิปราย เด็กค้นพบ และเด็กสอนกันเองเด็กอยู่ในสถานะ "ผู้สร้าง" ที่สร้างความเข้าใจด้วยตัวเอง โดยมีครูเป็นผู้นำทาง ไม่ใช่ผู้บอก

เปรียบเทียบให้เห็นชัด: ห้องเรียนสองแบบในวันเดียวกันหัวข้อ: สอนเรื่องการหาร ชั้น ป.3 ห้องเรียนแบบ Passive09:00 น. ครูเขียนบนกระดาน "12 ÷ 4 = 3" "การหารคือการแบ่งสิ่งของออกเป็นกลุ่มเท่าๆ กัน จำสูตรนี้ไว้"เด็กจด ครูทำตัวอย่างอีก 5 ข้อบนกระดาน เด็กจดตาม 09:20 น. ครูให้ทำแบบฝึกหัด 20 ข้อ เด็กทำเงียบๆ 09:40 น. ครูเฉลย เด็กตรวจ แล้วก็จบสิ่งที่เด็กได้: จำสูตรได้ชั่วคราว แต่ไม่เข้าใจว่าการหารหมายความว่าอะไร ห้องเรียน Active Learning ที่ eiMaths 09:00 น. ครูวางลูกอมบนโต๊ะ 12 เม็ด "เด็กๆ มีลูกอม 12 เม็ด อยากแบ่งให้เพื่อน 4 คนเท่าๆ กัน ลองดูสิว่าแต่ละคนจะได้กี่เม็ด"เด็กแต่ละคนเริ่มแก้ปัญหาในแบบของตัวเอง บางคนแจกทีละเม็ด บางคนแบ่งเป็นกอง บางคนนับในใจ 09:10 น. ครูถามว่า "ใครแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีอะไรบ้าง?" เด็กสามคนอธิบายวิธีที่ต่างกัน ครูนำมาอภิปรายร่วมกัน 09:20 น. ครูถามว่า "แล้วถ้าเรามีลูกอม 24 เม็ด แบ่งให้ 4 คน จะเกิดอะไรขึ้น?" เด็กลอง คิด และค้นพบรูปแบบ 09:30 น. ครูเชื่อมสู่สัญลักษณ์ "สิ่งที่เราทำเมื่อกี้ เขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ว่า 12 ÷ 4 = 3 เห็นไหมว่า ÷ หมายถึงการแบ่งที่เราเพิ่งทำ"สิ่งที่เด็กได้: เข้าใจว่าการหารคืออะไรจริงๆ และจำได้นานกว่ามาก 7 รูปแบบของ Active Learning ที่ eiMaths ใช้ รูปแบบที่ 1: Hands-On Exploration — สำรวจด้วยมือก่อนเสมอทุกแนวคิดใหม่ในคณิตสิงคโปร์เริ่มจากของจริงที่เด็กจับต้องและสำรวจด้วยตัวเองบล็อก เหรียญ ไม้นับ หรือวัตถุในชีวิตประจำวันคือ "ห้องทดลอง" ของเด็ก เมื่อเด็กค้นพบแนวคิดผ่านการสัมผัสและการทดลอง ความเข้าใจที่เกิดขึ้นมาจากข้างใน ไม่ใช่จากการรับข้อมูลจากข้างนอกเปรียบเทียบ: การอ่านว่า "น้ำร้อน" กับการเอามือแตะน้ำร้อนจริงๆ ความรู้แบบไหนที่จะจำได้ตลอดชีวิต? รูปแบบที่ 2: Think-Pair-Share — คิดคนเดียวก่อน คุยกับเพื่อน แล้วแบ่งปัน ขั้นที่ 1 Think: ครูให้โจทย์และเวลาให้เด็กคิดคนเดียวในความเงียบ 1-2 นาที ขั้นที่ 2 Pair: เด็กพูดคุยกับเพื่อนข้างๆ เพื่อเปรียบเทียบวิธีคิด ขั้นที่ 3 Share: แบ่งปันความคิดกับทั้งห้องรูปแบบนี้ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่เด็กที่กล้าพูดในที่ประชุมใหญ่ และการอธิบายให้เพื่อนฟังบังคับให้ต้องจัดระบบความคิดของตัวเอง เปรียบเทียบกับการสอนทั่วไป: ในห้องเรียนแบบเดิม มักมีเพียงเด็ก 2-3 คนที่พูดตลอดคาบ ส่วนที่เหลือนั่งเงียบ ซึ่งแปลว่า 80% ของเด็กไม่ได้ Active จริงๆ รูปแบบที่ 3: Socratic Questioning — ถามเพื่อนำ ไม่บอกเพื่อสอนครู eiMaths ใช้คำถามเป็นเครื่องมือหลักในการสอน ไม่ใช่การบรรยายคำถามที่ได้ยินบ่อยในห้องเรียน eiMaths ได้แก่"ลูกคิดว่าทำไม?" "ถ้าเปลี่ยนตัวเลขนี้ จะเกิดอะไรขึ้น?" "มีวิธีอื่นไหม?" "ลูกแน่ใจไหม? ลองพิสูจน์ดูสิ" "ถ้าคำตอบเป็นแบบนี้ แปลว่าอะไร?"คำถามเหล่านี้บังคับให้สมองทำงาน ไม่ใช่แค่รอรับคำตอบเปรียบเทียบกับการสอนทั่วไป: ครูมักถามว่า "ได้เท่าไหร่?" ซึ่งเป็นคำถามที่ต้องการแค่การดึงคำตอบจากความจำ ไม่ใช่การคิดจริงๆ รูปแบบที่ 4: Collaborative Problem Solving — แก้ปัญหาร่วมกันในชั้นเรียนขนาดเล็กของ eiMaths เด็กได้ทำงานร่วมกันในโจทย์ที่ท้าทายการทำงานกลุ่มไม่ใช่แค่การแบ่งงานกัน แต่คือการที่แต่ละคนนำความคิดของตัวเองมาร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ลึกกว่าที่ใครคนเดียวจะทำได้เมื่อเด็กต้องอธิบายความคิดให้เพื่อนฟัง ต้องรับฟังความคิดของเพื่อน และต้องหาจุดร่วมระหว่างวิธีคิดที่ต่างกัน ทักษะทั้งหมดนี้ไม่ได้อยู่แค่ในคณิต แต่เป็นทักษะชีวิตที่สำคัญมาก รูปแบบที่ 5: Error Analysis — เรียนรู้จากความผิดพลาดอย่างเจาะลึกเมื่อเด็กทำโจทย์ผิด ที่ eiMaths ไม่ใช่แค่บอกว่าผิดแล้วเฉลย แต่ทำสิ่งที่ทรงพลังกว่าครูถามว่า "ลูกคิดยังไงถึงได้คำตอบนี้? อธิบายให้ครูฟังได้ไหม?"กระบวนการนี้ทำให้เด็กต้อง Active คิดย้อนกลับเพื่อหาว่าตัวเองผิดพลาดตรงไหน ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการเรียนรู้เปรียบเทียบกับการสอนทั่วไป: การบอกแค่ว่า "ผิด" หรือเฉลยเลยทำให้เด็กไม่ได้เรียนรู้อะไรจากความผิดพลาด แต่การวิเคราะห์ความผิดพลาดทำให้เด็กเข้าใจลึกขึ้น รูปแบบที่ 6: Teach Back — เด็กเป็นครูให้เพื่อนหนึ่งในรูปแบบที่ทรงพลังที่สุดใน Active Learning คือการให้เด็กอธิบายสิ่งที่เพิ่งเรียนให้เพื่อนฟังเมื่อเด็กต้องสอนคนอื่น เขาต้องเข้าใจในระดับที่ลึกกว่าการแค่ทำโจทย์ได้ ต้องรู้ว่าทำไม ต้องหาคำอธิบายที่คนอื่นเข้าใจ และต้องตอบคำถามที่คนอื่นถามRichard Feynman นักฟิสิกส์รางวัล Nobel บอกว่า "ถ้าอธิบายให้คนอื่นเข้าใจไม่ได้ แสดงว่าตัวเองยังไม่เข้าใจจริงๆ"เปรียบเทียบกับการสอนทั่วไป: ในห้องเรียนแบบเดิม มีแต่ครูที่สอน ไม่มีโอกาสให้เด็กได้ฝึกอธิบายความเข้าใจของตัวเอง รูปแบบที่ 7: Reflection — สะท้อนความคิดหลังเรียนที่ท้ายของทุกคาบ ครู eiMaths มักถามคำถามสะท้อนความคิดเช่น"วันนี้เราเรียนรู้อะไรใหม่บ้าง?" "อะไรที่ยังสับสนอยู่?" "ถ้าต้องอธิบายสิ่งที่เรียนวันนี้ให้พ่อแม่ฟัง จะพูดว่าอะไร?"คำถามเหล่านี้บังคับให้เด็ก Metacognition หรือคิดเกี่ยวกับความคิดของตัวเอง ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญมากสำหรับการเรียนรู้อิสระในอนาคตสิ่งที่เกิดขึ้นในสมองเมื่อเด็ก Activeงานวิจัยด้านประสาทวิทยาพบว่าเมื่อเด็กอยู่ในสถานะ Active ระหว่างเรียน สมองจะหลั่งสาร Dopamine ซึ่งเกี่ยวข้องกับความพึงพอใจและแรงจูงใจ ทำให้อยากเรียนรู้ต่อนอกจากนี้การเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทที่เกิดขึ้นระหว่าง Active Learning มีความแข็งแรงและถาวรกว่าการเชื่อมต่อที่เกิดจาก Passive Learning อย่างเห็นได้ชัดในภาษาง่ายๆ: เด็กที่ Active เรียนได้มากกว่า จำได้นานกว่า และสนุกกว่าActive Learning ไม่ใช่การสอนแบบปล่อยตามใจผู้ปกครองบางคนอาจกังวลว่า Active Learning แปลว่าไม่มีระเบียบหรือเด็กทำอะไรก็ได้ความจริงตรงกันข้าม Active Learning ที่ดีต้องการการออกแบบที่ละเอียดและครูที่มีทักษะสูง ที่ eiMaths ทุกกิจกรรมได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เด็กค้นพบแนวคิดที่ต้องการในแต่ละคาบ ครูรู้ว่าจะถามคำถามอะไร เมื่อไหร่ และอย่างไร เพื่อนำทางการค้นพบโดยไม่บอกคำตอบก่อนห้องเรียนอาจดูมีเสียงดังกว่าห้องเรียนทั่วไป แต่ทุกเสียงนั้นคือเสียงของการเรียนรู้ที่กำลังเกิดขึ้นจริง สรุป: Active Learning ไม่ใช่วิธีการสอน แต่คือวิธีที่สมองเรียนรู้ เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมกับความอยากรู้อยากเห็นและความต้องการที่จะค้นพบสิ่งใหม่ๆ ด้วยตัวเอง Active Learning ไม่ได้เพิ่มสิ่งนั้นเข้าไป แต่ปล่อยให้สิ่งที่มีอยู่แล้วทำงานได้เต็มที่ ที่ eiMaths เราออกแบบทุกคาบเรียนโดยตั้งคำถามว่า "ทำอย่างไรให้เด็กทุกคนได้ Active ตลอดเวลา?" ไม่ใช่ "จะสอนเนื้อหาอะไรในวันนี้?" เพราะเราเชื่อว่าเมื่อเด็ก Active ความรู้จะตามมาเอง และจะอยู่กับเขาไปนานกว่าที่เขาจำได้ว่าเรียนมาจากไหน

🏆 การันตีผลงานด้วยการสร้างรางวัลอันดับโลก TIMSS และ PISA ให้กับเด็กๆ มาอย่างยาวนาน สร้างอัจฉริยะทางความคิดกับ eiMaths 🧡 🎓 เรียนรู้ด้วยการเน้นลงมือปฏิบัติ 🎓 👇 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 👇 📩 FB: eiMaths - TH | 💌 Line: @eiMaths | 🌐 Website: www.eimaths-th.com | 📞 Tel: 061 620 8666 📌 eiMaths สาขาราชพฤกษ์ ชั้น 3 ข้างโรงภาพยนตร์ SF Cinema ศูนย์การค้า The Crystal SB Ratchapruek 📌 eiMaths ณ ศูนย์การค้า Seacon Bangkae ชั้น 4 ฝั่ง HarborLand 📞 093-258-5897

#eiMaths #ActiveLearning #การเรียนรู้เชิงรุก #คณิตศาสตร์สิงคโปร์ #SingaporeMath #HandsOn #ThinkPairShare #CPAMethod #เรียนรู้ด้วยการทำ #eiMathsThailand