คณิตศาสตร์สิงคโปร์แบบเห็นภาพ
เข้าใจจริง แก้โจทย์เป็น

หลักสูตร Singapore Math สำหรับเด็กอนุบาล–ประถม เรียนผ่าน CPA, Bar Model และการลงมือทำ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ใช้ได้จริง

ลงทะเบียนทดลองเรียนฟรี

ลงทะเบียนรับสิทธิ์
ทดลองเรียนฟรี 2 คลาส

ให้ทีมงาน eiMaths ประเมินพื้นฐานคณิตศาสตร์เบื้องต้นของน้อง พร้อมแนะนำแนวทางการเรียนที่เหมาะสม และเลือกคลาสทดลองเรียนฟรีร่วมกับผู้ปกครอง

Singapore Math สำหรับเด็ก

เรียนคณิตศาสตร์สิงคโปร์แบบเห็นภาพกับ eiMaths

eiMaths ช่วยให้เด็กเข้าใจแนวคิดคณิตศาสตร์จากสิ่งที่จับต้องได้ เชื่อมโยงเป็นภาพ และค่อย ๆ พัฒนาไปสู่การคิดเชิงนามธรรม เหมาะสำหรับเด็กอนุบาลถึงประถมศึกษา

CPA Approach: รูปธรรม–ภาพ–สัญลักษณ์
ฝึกคิดวิเคราะห์และแก้โจทย์อย่างเป็นขั้นตอน

Singapore Math

  • 1เริ่มจากสิ่งที่เด็กสัมผัสและลงมือทำได้จริง
  • 2เชื่อมโยงความคิดด้วยภาพและ Bar Model
  • 3พัฒนาไปสู่การแก้โจทย์และสัญลักษณ์อย่างมั่นใจ
บทความ

บทความน่าสนใจ

Divisibility Rules
ใหม่
22 Oct 2026

Divisibility Rules

**Divisibility Rules คืออะไร? เทคนิคช่วยให้เด็กคิดเลขเร็วขึ้นด้วยความเข้าใจแบบ Singapore Math ** Divisibility Rules คือหลักสังเกตที่ช่วยให้เราตรวจสอบได้ว่าจำนวนหนึ่งหารด้วยอีกจำนวนหนึ่งลงตัวหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องคำนวณหารแบบเต็มทุกครั้ง ตัวอย่างเช่น เมื่อเห็นเลข 246 เราสามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วว่าเลขนี้หารด้วย 2 ลงตัว เพราะหลักหน่วยเป็นเลขคู่ การเข้าใจกฎเหล่านี้ช่วยลดขั้นตอนการคำนวณ และเปิดโอกาสให้เด็กมองเห็นรูปแบบที่ซ่อนอยู่ในตัวเลข อย่างไรก็ตาม เป้าหมายไม่ใช่การให้เด็กท่องจำกฎจำนวนมาก แต่คือการเข้าใจว่าเหตุใดกฎเหล่านั้นจึงใช้ได้ และรู้จักเลือกใช้ให้เหมาะสมกับโจทย์ 1. กฎการหารลงตัวที่เด็กควรรู้ หารด้วย 2 ลงตัว จำนวนที่หารด้วย 2 ลงตัวจะมีเลขหลักหน่วยเป็น 0, 2, 4, 6 หรือ 8 ตัวอย่างเช่น 128 หารด้วย 2 ลงตัว เพราะมีเลข 8 เป็นหลักหน่วย หารด้วย 3 ลงตัว ให้นำตัวเลขทุกหลักมาบวกกัน หากผลรวมหารด้วย 3 ลงตัว จำนวนเดิมก็หารด้วย 3 ลงตัวเช่นกัน ตัวอย่างเช่น 123 1 + 2 + 3 = 6 เนื่องจาก 6 หารด้วย 3 ลงตัว ดังนั้น 123 จึงหารด้วย 3 ลงตัว หารด้วย 5 ลงตัว จำนวนที่หารด้วย 5 ลงตัวจะมีเลขหลักหน่วยเป็น 0 หรือ 5 ตัวอย่างเช่น 145 และ 230 ต่างก็หารด้วย 5 ลงตัว หารด้วย 10 ลงตัว จำนวนที่หารด้วย 10 ลงตัวจะต้องมีเลขหลักหน่วยเป็น 0 ตัวอย่างเช่น 450 หารด้วย 10 ลงตัว แต่ 453 หารด้วย 10 ไม่ลงตัว กฎเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะเด็กสามารถสังเกตและทดลองตรวจสอบด้วยตนเองได้ง่าย 2. ทำไมการเข้าใจรูปแบบจึงสำคัญกว่าการจำกฎ? หากเด็กจำเพียงว่าเลขที่ลงท้ายด้วย 0 หารด้วย 10 ลงตัว เด็กอาจใช้กฎได้ถูกต้อง แต่ยังไม่เข้าใจความสัมพันธ์ของจำนวน ในทางกลับกัน หากเด็กเข้าใจว่าเลข 10, 20, 30 และ 40 เป็นจำนวนที่เกิดจากการนำ 10 ไปคูณกับจำนวนเต็มบวก เด็กจะเริ่มเห็นว่าเหตุใดจำนวนเหล่านี้จึงหารด้วย 10 ลงตัว การมองเห็นความสัมพันธ์เช่นนี้ช่วยให้เด็กนำความรู้ไปใช้กับจำนวนอื่นได้ดีขึ้น และยังเชื่อมโยงกับการเรียนเรื่องตัวประกอบ พหุคูณ และรูปแบบของจำนวน หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนจากการจำว่า “ต้องทำอย่างไร” ไปสู่การเข้าใจว่า “ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น” 3. Singapore Math ช่วยพัฒนาทักษะนี้อย่างไร? การเรียนคณิตศาสตร์สิงคโปร์ให้ความสำคัญกับความเข้าใจแนวคิด การสังเกตความสัมพันธ์ และการอธิบายวิธีคิด เด็กจึงควรได้ทดลองใช้กฎ ตรวจสอบตัวอย่าง และอธิบายเหตุผลของคำตอบ แนวทาง CPA (Concrete–Pictorial–Abstract) สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ เช่น Concrete: ใช้ตัวนับหรือสิ่งของจัดกลุ่ม เพื่อให้เห็นความหมายของการแบ่งจำนวนออกเป็นกลุ่มเท่า ๆ กัน Pictorial: ใช้ภาพ ตาราง หรือแผนภาพแสดงรูปแบบของจำนวน Abstract: เชื่อมโยงสิ่งที่สังเกตได้เข้ากับตัวเลขและกฎการหารลงตัว เมื่อเด็กเริ่มเข้าใจหลักการ ก็สามารถนำไปใช้ตรวจสอบจำนวนที่ใหญ่ขึ้นได้อย่างมีระบบ 4. พ่อแม่ฝึกเรื่องการหารลงตัวให้ลูกได้อย่างไร? พ่อแม่สามารถฝึกทักษะนี้ผ่านเกมสั้น ๆ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มแบบฝึกหัดจำนวนมาก เกมที่ 1: จำนวนนี้หารลงตัวหรือไม่? เลือกตัวเลข เช่น 36, 45 และ 52 แล้วถามลูกว่าแต่ละจำนวนหารด้วย 2, 3, 5 หรือ 10 ลงตัวหรือไม่ พร้อมให้ลูกอธิบายเหตุผล เกมที่ 2: ค้นหาจำนวนที่มีคุณสมบัติตรงกัน ให้ลูกหาจำนวนระหว่าง 1 ถึง 100 ที่หารด้วย 5 ลงตัว แล้วชวนสังเกตว่าตัวเลขเหล่านั้นมีลักษณะร่วมกันอย่างไร เกมที่ 3: ตรวจสอบคำตอบ เมื่อลูกใช้กฎตรวจสอบแล้ว ให้ลองคำนวณหารจริงเพื่อตรวจสอบผลลัพธ์ วิธีนี้ช่วยให้เด็กเห็นว่ากฎที่เรียนสามารถใช้ได้จริง และเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างการสังเกตกับการคำนวณ EIMATHS กับการสร้างความเข้าใจทางคณิตศาสตร์ การคิดเลขได้คล่องเป็นทักษะที่มีประโยชน์ แต่การเข้าใจแนวคิดเบื้องหลังการคำนวณจะช่วยให้เด็กนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับโจทย์รูปแบบต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น ที่ EIMATHS การเรียนคณิตศาสตร์สิงคโปร์ใช้แนวทาง CPA เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้จากสิ่งของจริงไปสู่ภาพและสัญลักษณ์ พร้อมส่งเสริมให้เด็กพัฒนาความเข้าใจและทักษะการแก้โจทย์ปัญหาอย่างเป็นลำดับ ผู้ปกครองสามารถดูรายละเอียดหลักสูตรและสอบถามเกี่ยวกับการทดลองเรียนได้ที่ เว็บไซต์ EIMATHS Thailand สรุป **Divisibility Rules **ช่วยให้เด็กตรวจสอบการหารลงตัวได้รวดเร็วขึ้น พร้อมฝึกสังเกตรูปแบบและความสัมพันธ์ของจำนวน เมื่อเด็กเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังกฎเหล่านี้ ก็จะสามารถนำความรู้ไปใช้ได้อย่างยืดหยุ่นมากกว่าการท่องจำ และมีพื้นฐานที่ดีสำหรับการเรียนคณิตศาสตร์ในระดับที่สูงขึ้น 🧡 สร้างอัจฉริยะทางความคิดกับ eiMaths ✨ เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ ✨ เข้าใจ ไม่ใช่ท่องจำ ✨ คิดเป็น แก้ปัญหาได้จริง 📣 อยากให้ลูกไม่ได้แค่ “เก่งเลข” แต่กล้าคิดและคิดเป็น มาลองเรียนกับ eiMaths 📩 สมัครทดลองเรียน / สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 📍 สาขาราชพฤกษ์ The Crystal SB Ratchapruek ชั้น 3 ข้าง SF Cinema 📞 061-620-8666 📍 สาขาซีคอน บางแค Seacon Bangkae ชั้น 4 ฝั่ง HarborLand 📞 093-258-5897

อ่านเพิ่มเติม: Divisibility Rules
HCF และ LCM ใน Singapore Math
21 Oct 2026

HCF และ LCM ใน Singapore Math

**HCF และ LCM ใน Singapore Math คืออะไร? เข้าใจ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ด้วยความสัมพันธ์ของจำนวน HCF และ LCM เป็นแนวคิดสำคัญในคณิตศาสตร์ระดับประถมที่ต่อยอดจากเรื่อง Factors and Multiples โดยช่วยให้เด็กเข้าใจว่าจำนวนสองจำนวนหรือหลายจำนวนมีความสัมพันธ์กันอย่างไร HCF (Highest Common Factor) คือ ตัวประกอบร่วมมาก หรือ ห.ร.ม. หมายถึงตัวประกอบร่วมที่มีค่ามากที่สุดของจำนวนที่กำหนด LCM (Lowest Common Multiple) คือ ตัวคูณร่วมน้อย หรือ ค.ร.น. หมายถึงพหุคูณร่วมที่มีค่าน้อยที่สุดซึ่งเป็นจำนวนบวกของจำนวนที่กำหนด แม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่ทั้งสองแนวคิดใช้พิจารณาความสัมพันธ์ของจำนวนคนละมุมมอง การเข้าใจความแตกต่างจึงสำคัญกว่าการจำสูตรเพียงอย่างเดียว 1.HCF คืออะไร? เข้าใจตัวประกอบร่วมมาก HCF ใช้ค้นหาจำนวนที่สามารถหารจำนวนที่กำหนดได้ลงตัวพร้อมกัน และมีค่ามากที่สุด ตัวอย่างเช่น ต้องการหา HCF ของ 12 และ 18 ตัวประกอบของ 12 ได้แก่ 1, 2, 3, 4, 6, 12 ตัวประกอบของ 18 ได้แก่ 1, 2, 3, 6, 9, 18 ตัวประกอบที่ทั้งสองจำนวนมีร่วมกัน ได้แก่ 1, 2, 3 และ 6 ดังนั้น HCF ของ 12 และ 18 คือ 6 แนวคิดนี้นำไปใช้กับโจทย์ที่ต้องแบ่งสิ่งของออกเป็นกลุ่มเท่า ๆ กันโดยไม่เหลือเศษ และต้องการให้แต่ละกลุ่มมีขนาดใหญ่ที่สุดภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด 2. LCM คืออะไร? เข้าใจตัวคูณร่วมน้อย LCM ใช้ค้นหาพหุคูณที่จำนวนตั้งแต่สองจำนวนขึ้นไปมีร่วมกัน โดยเลือกจำนวนบวกที่มีค่าน้อยที่สุด ตัวอย่างเช่น ต้องการหา LCM ของ 4 และ 6 พหุคูณของ 4 ได้แก่ 4, 8, 12, 16, 20, 24, ... พหุคูณของ 6 ได้แก่ 6, 12, 18, 24, 30, ... พหุคูณร่วมที่พบ ได้แก่ 12, 24, ... ดังนั้น LCM ของ 4 และ 6 คือ 12 แนวคิดนี้สามารถนำไปใช้กับโจทย์ที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ซึ่งเกิดซ้ำเป็นรอบ เช่น การหาว่าเหตุการณ์สองอย่างจะเกิดขึ้นพร้อมกันอีกครั้งเมื่อใด 3. HCF กับ LCM ต่างกันอย่างไร? สิ่งที่เด็กควรเข้าใจคือ HCF พิจารณา ตัวประกอบร่วม ส่วน LCM พิจารณา พหุคูณร่วม การพิจารณาคำสำคัญในโจทย์ช่วยได้ แต่ไม่ควรพึ่งคำศัพท์เพียงอย่างเดียว เด็กควรทำความเข้าใจสถานการณ์และอธิบายได้ว่าทำไมจึงเลือกใช้ HCF หรือ LCM 4. Singapore Math ช่วยให้เด็กเข้าใจ HCF และ LCM อย่างไร? การเรียนคณิตศาสตร์สิงคโปร์ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจแนวคิด การใช้ภาพหรือแบบจำลอง และการอธิบายเหตุผลก่อนพัฒนาไปสู่การคำนวณที่ซับซ้อนขึ้น ตัวอย่างเช่น ในโจทย์ HCF ครูอาจให้เด็กทดลองจัดสิ่งของสองชุดเป็นกลุ่มที่มีจำนวนเท่ากัน แล้วสังเกตว่าจะแบ่งได้กี่แบบโดยไม่เหลือเศษ สำหรับ LCM เด็กอาจเขียนลำดับพหุคูณของจำนวนสองจำนวน แล้วเปรียบเทียบเพื่อค้นหาจำนวนแรกที่ปรากฏร่วมกัน กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้เด็กมองเห็นที่มาของคำตอบ ไม่ใช่เพียงทำตามขั้นตอนที่จำมา เมื่อพื้นฐานแน่นขึ้น เด็กจึงค่อยเรียนรู้วิธีแยกตัวประกอบเป็นจำนวนเฉพาะและวิธีคำนวณที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น 5. พ่อแม่ช่วยลูกฝึกคิดเรื่อง HCF และ LCM ได้อย่างไร? พ่อแม่สามารถฝึกผ่านสถานการณ์ใกล้ตัว โดยเน้นการตั้งคำถามและให้ลูกอธิบายวิธีคิด ฝึก HCF ผ่านการแบ่งสิ่งของ สมมติว่ามีดินสอ 12 แท่งและยางลบ 18 ก้อน ต้องการจัดเป็นชุดที่เหมือนกันให้ได้จำนวนชุดมากที่สุด โดยไม่มีสิ่งของเหลือ ลูกจะจัดได้กี่ชุด? โจทย์นี้ช่วยให้เด็กเชื่อมโยงสถานการณ์กับแนวคิดตัวประกอบร่วมมาก ฝึก LCM ผ่านเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ สมมติว่ากิจกรรมหนึ่งเกิดขึ้นทุก 4 วัน และอีกกิจกรรมเกิดขึ้นทุก 6 วัน หากเริ่มตรงกันในวันนี้ อีกกี่วันจึงจะตรงกันอีกครั้ง? เด็กสามารถเขียนพหุคูณของ 4 และ 6 แล้วค้นหาจำนวนแรกที่ตรงกันได้ ชวนลูกอธิบายเหตุผล หลังจากได้คำตอบแล้ว ลองถามว่า “ทำไมหนูจึงเลือกวิธีนี้?” หรือ “เราจะตรวจสอบคำตอบได้อย่างไร?” การอธิบายช่วยให้พ่อแม่ประเมินได้ว่าลูกเข้าใจแนวคิดจริง หรือเพียงจำขั้นตอนการคำนวณ EIMATHS กับการพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหา ที่ EIMATHS การเรียนคณิตศาสตร์สิงคโปร์ใช้แนวทาง CPA (Concrete–Pictorial–Abstract) ซึ่งเชื่อมโยงการเรียนรู้ผ่านสิ่งของจริง ภาพ และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ แนวทางนี้ช่วยให้เด็กค่อย ๆ สร้างความเข้าใจจากสิ่งที่มองเห็นได้ ไปสู่การคิดอย่างเป็นนามธรรม พร้อมพัฒนาทักษะการวิเคราะห์และแก้โจทย์ปัญหาตามระดับความสามารถ การเรียนรู้เรื่อง HCF และ LCM จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการหาคำตอบ แต่ยังเป็นโอกาสให้เด็กฝึกเลือกวิธีคิด อธิบายเหตุผล และนำความรู้เดิมไปใช้กับโจทย์รูปแบบใหม่

อ่านเพิ่มเติม: HCF และ LCM ใน Singapore Math
Prime Numbers
20 Oct 2026

Prime Numbers

**Prime Numbers ใน Singapore Math คืออะไร? ทำไมจำนวนเฉพาะจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของคณิตศาสตร์ ** Prime Numbers คืออะไร? Prime Numbers หรือจำนวนเฉพาะ คือ จำนวนเต็มบวกที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบที่เป็นจำนวนเต็มบวกเพียง 2 จำนวน ได้แก่ 1 และตัวมันเอง ตัวอย่างเช่น 2, 3, 5, 7, 11 และ 13 เป็นจำนวนเฉพาะ เพราะหารลงตัวได้เฉพาะด้วย 1 และตัวมันเอง ในทางกลับกัน เลข 6 ไม่ใช่จำนวนเฉพาะ เพราะมีตัวประกอบ ได้แก่ 1, 2, 3 และ 6 สิ่งสำคัญที่เด็กควรเข้าใจคือ จำนวนเฉพาะไม่ได้หมายถึงจำนวนที่หารไม่ได้เลย แต่หมายถึงจำนวนที่ไม่มีตัวประกอบอื่นนอกจาก 1 และตัวมันเอง นอกจากนี้ เลข 1 ไม่ถือเป็นจำนวนเฉพาะ เพราะมีตัวประกอบเพียงตัวเดียว ส่วนเลข 2 เป็นจำนวนเฉพาะที่เป็นจำนวนคู่เพียงจำนวนเดียว ทำไมเด็กจึงควรเข้าใจจำนวนเฉพาะ? จำนวนเฉพาะเป็นพื้นฐานที่เชื่อมโยงบทเรียนหลายเรื่องเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะการคูณ การหาร ตัวประกอบ และการแยกตัวประกอบ ช่วยให้เข้าใจโครงสร้างของจำนวน เมื่อเด็กเรียนรู้ว่าจำนวนหนึ่งสามารถสร้างขึ้นจากการคูณจำนวนใดได้บ้าง เด็กจะเริ่มมองเห็นความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ภายในจำนวนเหล่านั้น ตัวอย่างเช่น 12 = 3 × 4 12 = 2 × 2 × 3 ทั้งสองวิธีให้ผลลัพธ์เท่ากัน แต่การแยกจำนวน 12 ออกเป็นผลคูณของจำนวนเฉพาะทำให้เห็นองค์ประกอบพื้นฐานของจำนวนนี้ชัดเจนขึ้น เป็นพื้นฐานของการแยกตัวประกอบ การแยกตัวประกอบเป็นจำนวนเฉพาะ (Prime Factorization) คือการเขียนจำนวนหนึ่งให้อยู่ในรูปผลคูณของจำนวนเฉพาะ ตัวอย่างเช่น 18 = 2 × 3 × 3 ความเข้าใจนี้สามารถนำไปใช้ต่อในการหา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ซึ่งเป็นหัวข้อสำคัญของคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา ฝึกการคิดวิเคราะห์และตรวจสอบคำตอบ การพิจารณาว่าจำนวนหนึ่งเป็นจำนวนเฉพาะหรือไม่ เด็กต้องตรวจสอบว่ามีจำนวนอื่นใดหารลงตัวได้หรือไม่ กระบวนการนี้ช่วยฝึกการตั้งข้อสังเกต การตรวจสอบเงื่อนไข และการอธิบายเหตุผล ซึ่งเป็นทักษะที่นำไปใช้กับโจทย์คณิตศาสตร์ประเภทอื่นได้ด้วย Singapore Math ช่วยให้เด็กเข้าใจจำนวนเฉพาะอย่างไร? การเรียนคณิตศาสตร์สิงคโปร์ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจแนวคิด ไม่ใช่เพียงการจำกฎหรือทำตามขั้นตอนที่กำหนด เด็กจึงควรได้สำรวจความสัมพันธ์ของจำนวนก่อนที่จะเรียนรู้วิธีแยกตัวประกอบอย่างเป็นระบบ ตัวอย่างเช่น ครูอาจให้เด็กพิจารณาจำนวน 7 และ 8 แล้วถามว่าแต่ละจำนวนสามารถเขียนเป็นผลคูณของจำนวนเต็มบวกที่แตกต่างจาก 1 และตัวมันเองได้หรือไม่ เด็กจะพบว่า 7 ไม่สามารถเขียนเป็นผลคูณของจำนวนเต็มบวกที่มากกว่า 1 ได้ จึงเป็นจำนวนเฉพาะ 8 สามารถเขียนเป็น 2 × 4 ได้ จึงไม่ใช่จำนวนเฉพาะ การเปรียบเทียบเช่นนี้ช่วยให้เด็กเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังคำตอบ แทนที่จะต้องจำรายชื่อจำนวนเฉพาะเพียงอย่างเดียว พ่อแม่ช่วยฝึกเรื่องจำนวนเฉพาะให้ลูกได้อย่างไร? พ่อแม่สามารถเริ่มจากตัวเลขที่ลูกคุ้นเคย แล้วชวนลูกค้นหาคำตอบด้วยตนเอง กิจกรรมที่ 1: ค้นหาตัวประกอบ เลือกจำนวน เช่น 10 แล้วให้ลูกหาว่าจำนวนเต็มบวกใดบ้างที่หาร 10 ได้ลงตัว เมื่อลูกพบว่า 10 มีตัวประกอบคือ 1, 2, 5 และ 10 ก็ชวนพิจารณาว่าจำนวนนี้เป็นจำนวนเฉพาะหรือไม่ และเพราะเหตุใด กิจกรรมที่ 2: เปรียบเทียบจำนวน ให้ลูกเปรียบเทียบจำนวน 5 กับ 6 แล้วอธิบายว่าทำไมจำนวนหนึ่งเป็นจำนวนเฉพาะ แต่อีกจำนวนไม่เป็น การให้เหตุผลสำคัญกว่าการตอบได้รวดเร็ว เพราะช่วยให้พ่อแม่เห็นว่าลูกเข้าใจแนวคิดจริงหรือไม่ กิจกรรมที่ 3: เชื่อมโยงกับการคูณ เมื่อลูกพบจำนวนหนึ่ง ให้ลองถามว่าเขียนจำนวนนั้นเป็นผลคูณได้กี่แบบ วิธีนี้ช่วยให้เด็กเห็นความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนเฉพาะ ตัวประกอบ และการคูณได้ชัดเจนขึ้น EIMATHS กับการสร้างพื้นฐานคณิตศาสตร์ที่เข้าใจจริง การเรียนคณิตศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจำคำตอบได้มากเพียงใด แต่ยังขึ้นอยู่กับความเข้าใจว่าแนวคิดต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างไร ที่ EIMATHS หลักสูตรคณิตศาสตร์สิงคโปร์ใช้แนวทาง CPA (Concrete–Pictorial–Abstract) ซึ่งเชื่อมการเรียนรู้ผ่านสิ่งของจริง ภาพ และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ เพื่อช่วยให้เด็กพัฒนาความเข้าใจอย่างเป็นลำดับ แนวทางนี้สามารถสนับสนุนการเรียนรู้เรื่องจำนวนและตัวประกอบ โดยมุ่งให้เด็กเข้าใจแนวคิด อธิบายวิธีคิด และนำความรู้ไปใช้กับโจทย์ปัญหาที่ซับซ้อนขึ้นตามระดับชั้น ผู้ปกครองสามารถศึกษารายละเอียดหลักสูตรและสอบถามเกี่ยวกับการทดลองเรียนได้ที่ 🧡 สร้างอัจฉริยะทางความคิดกับ eiMaths ✨ เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ ✨ เข้าใจ ไม่ใช่ท่องจำ ✨ คิดเป็น แก้ปัญหาได้จริง 📣 อยากให้ลูกไม่ได้แค่ “เก่งเลข” แต่กล้าคิดและคิดเป็น มาลองเรียนกับ eiMaths 📩 สมัครทดลองเรียน / สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 📍 สาขาราชพฤกษ์ The Crystal SB Ratchapruek ชั้น 3 ข้าง SF Cinema 📞 061-620-8666 📍 สาขาซีคอน บางแค Seacon Bangkae ชั้น 4 ฝั่ง HarborLand 📞 093-258-5897

อ่านเพิ่มเติม: Prime Numbers

รางวัลที่ได้รับการยอมรับ

FLA Awards
Best Enrichment Learning

ปรัชญาของเรา eiMaths

เราเชื่อมั่นในการสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่มีความสุข

Hand and Bulb

สร้างรากฐานคณิตศาสตร์ ที่แข็งแกร่ง

Puzzle icon

เน้นลงมือปฏิบัติ

Bulb icon

ส่งเสริมการแก้ปัญหา แบบฮิวริสติกส์

Pen icon

โปรแกรมการเรียนรู้ เฉพาะบุคคล

eiMaths ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างไร ?

เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์กับ
E.I.G.H.T. กลยุทธ์การแก้ปัญหา

E

Evaluate
the problem

( ประเมินปัญหา )

I

Identify
A Plan

( ระบุแผน )

G

Get Connected

( เข้าใจความเชื่อมโยง )

H

Heuristics
Approach

( แนวทางการวิเคราะห์ Heuristics )

T

Time to
reflect

( เวลาที่จะเห็นผล )

รีวิวจากผู้เรียน

สื่อการเรียนรู้

เรียนคณิตศาสตร์ กับ eiMaths ดีอย่างไร? ชวนมาฟังรีวิวจากผู้ปกครอง

Reviews On Facebook

เรียนคณิตศาสตร์ กับ eiMaths ดีอย่างไร? ชวนมาฟังรีวิวจากผู้ปกครอง

Reviews On Facebook